May 06.10 / admin
บ้านสวนสงบ

Better of Living

บ้านสวนสงบ

หากใครลองได้ผ่านไปแถวบางกะปิ ติดกับห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จะเห็นแมกไม้หนาตาราวกับสวนป่าขนาดใหญ่กลางเมือง จนแทบไม่น่าเชื่อว่าถัดจากความวุ่นวายข้างนอกนั้นจะมีบ้านสวยๆ หลังหนึ่งซ่อนตัวอยู่ คุณค่าความงดงามของบ้านหลังนี้ยืนยันได้ด้วยรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทบ้านพักอาศัยจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2547บ้านหลังนี้ถูกตั้งชื่อว่า “บ้านสวนสงบ” ตามบรรยากาศที่ คุณประภากร วทานยกุล ตั้งใจไว้  เจ้าของบ้านซึ่งเป็นทั้งสถาปนิกและนักบิน มีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีเป็นพิเศษ ดังนั้นแนวความคิดในการออกแบบบ้านหลังนี้จึงมีความสัมพันธ์กับเครื่องบิน สะท้อนออกมาในรูปทรงแอโรไดนามิก รวมไปถึงเครื่องจักรกลไกต่างๆ ที่สร้างเป็นเรื่องราวของบ้านนี้ สอดประสานไปกับความพยายามสร้างความกลมกลืนกับความเป็นธรรมชาติของที่ตั้งอันอุดมสมบูรณ์ที่แวดล้อมอยู่

การออกแบบบ้านขนาด350 ตารางเมตร บนพื้นที่ 14,206 ตารางเมตร หรือประมาณ 8.88 ไร่ เริ่มตั้งแต่ห้องรับแขกมีองค์ประกอบเด่นเป็นใบพัดเครื่องบินขนาดใหญ่จนถึงห้องครัว และส่วนห้องอาหารที่เปิดโล่งตลอดถึงกัน เมื่อเปิดประตูขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เสมือนผนังทั้งผืน สามารถขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่องไปยังชานไม้ที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำภายนอกได้ เป็นการดึงเอาสภาพธรรมชาติและ space ในบ้านมาเป็นส่วนเดียวกันอย่างกลมกลืน การจัดวางงานระบบ และรวบท่อต่างๆ มาไว้กลางบ้านทำให้เกิดความความใสและเบาของรูปทรง และสัมผัสกับภายนอกบ้านมากขึ้น ที่หลังคาของชั้นสองมีการขังน้ำเพื่อแผ่ความเย็นลงมาที่ห้องด้านล่าง อีกนัยหนึ่งเป็นผืนน้ำสะท้อนสีเขียวของต้นไม้กลับเข้าสู่อาคาร ระบบโครงสร้างเหล็กที่นำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของความเป็น machine รายละเอียดของการรับแรงลมในลักษณะต่างๆ อย่างการดึงและการแขวนได้ถูกนำมาใช้ รวมไปถึงเรื่องราวของกลไกในแบบต่างๆ เช่น การใช้ล้อเลื่อนและการหมุน แสดงความโปร่งใสของสถาปัตยกรรมด้วยกระจกใส เพื่อให้ตรงกับความต้องการที่จะทำให้บ้านดูเบาและล่องลอย ความรกครึ้มของต้นไม้ที่ปกคลุมช่วยกลั่นกรองแสงและความจ้าของแสงอาทิตย์ สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับความโปร่งใสของบ้าน อีกทั้งความสูงของอาคารจะไม่เกินยอดต้นไม้ แสดงออกถึงการเคารพในธรรมชาติที่ห่อหุ้มอาคารอยู่

การใช้โครงสร้างเหล็กอย่างเรียบง่าย แต่สมบูรณ์ด้วยรายละเอียดสามารถผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างสวยงาม มีความน่าทึ่งในแง่ของการทำให้เหล็กซึ่งมีลักษณะ มันวาวแบบโลหะ ดูหนัก และมีความเป็นเครื่องจักรกล มาออกแบบบ้านให้ดูอบอุ่นและเบาขึ้นได้ แสดงออกถึงนวัตกรรมทางโครงสร้าง การใช้วัสดุและการออกแบบรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน

คุณประภากร ในฐานะที่เป็นทั้งผู้อยู่อาศัยและผู้ออกแบบเอง อธิบายให้ฟังถึงความสำคัญแทบทุกสัดส่วนที่เป็นโลหะ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะ การเชื่อม สัดส่วนของหัวน๊อต แม้แต่การใช้คอนกรีตที่เป็นผนังแบบ prefabrication

“บ้านหลังนี้มีส่วนที่ก่ออิฐน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นระบบ prefabrication คือโครงสร้างเหล็กเป็นหลัก ประกอบกับผืนผนังคอนกรีตระหว่างชั้น เริ่มก่อสร้างขึ้นไปทีละชั้นๆ หลังจากตั้งโครงสร้างเหล็กชั้นที่หนึ่งเสร็จก็ยกผนังมาติดตั้ง ยึดคอนกรีตกับเหล็กด้วย bolt แล้วทำโครงเหล็กชั้นสองต่อ ก่อสร้างผนังชั้นสอง แบบนี้ไปเรื่อยๆ ด้วยระบบการก่อสร้างนี้จะทำให้งานเสร็จเร็วมาก แต่เพราะความที่ผมเลือกให้ความสำคัญกับต้นไม้มากกว่า ถึงขนาดยอมหยุดก่อสร้างเพราะต้นไม้ต้นหนึ่งถูกน้ำปูน ใบไม้เริ่มมีสภาพไม่ดี ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยพยาบาลจนต้นไม้ต้นนั้นรอด ตอนออกแบบผมมีโจทย์บังคับ คือ ที่ว่างที่มีอยู่ถูกกำกับไว้ด้วยต้นไม้ใหญ่ 3 ต้น ซึ่งผมต้องเก็บรักษามันไว้ เพราะฉะนั้นเวลาออกแบบความสูง ต้องมองอย่าง 3 มิติ ในมิติความสูงต้นไม้ด้วย”

“แม้จะสร้างด้วยเหล็กก็ตาม แต่บ้านหลังนี้ก็ดูโปร่งเบา ผมว่าการใช้โครงสร้างเหล็กทำได้หลายวิธี ทั้งใช้เป็นโครงสร้างที่ถูกซ่อนไว้ข้างใน และใช้เป็นโครงสร้างที่แสดงตัวตนของเหล็กออกมาอย่างชัดเจน คุณสมบัติที่ดีอย่างหนึ่งของเหล็กคือ ทำคานยื่นออกมาได้เยอะ บ้านหลังนี้มีเตียงที่ดูลอยตัวได้เพราะใช้เหล็กดึงไว้กับผนัง ให้อารมณ์เหมือนเวลาอยู่บนเครื่องบินตามที่ผมชอบ และระหว่างพื้นชั้นสองกับหลังคาชั้นหนึ่ง ก็ยกระดับให้แยกออกจากกัน เพื่อให้เกิดสัดส่วนทางสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และได้ใช้ประโยชน์เป็นช่องว่างระบายอากาศ มีลมพัดผ่าน ทำให้บ้านหายใจได้ ไม่สะสมไอร้อน และบนหลังคาทุกชั้นก็มีการขังน้ำเอาไว้ ลึก 12 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำเป็นฉนวนกันความร้อนจากข้างนอก ในบ่อนี้เลี้ยงปลาตัวเล็กๆ สร้างบรรยากาศด้วยดอกจอก ใส่แหนไว้ให้ฟอกออกซิเจนให้น้ำ เป็นพื้นที่สีเขียวบนหลังคาเหล็ก ข้อดีอีกประการของโครงสร้างเหล็ก I-Beam คือ เกิดเส้นสายที่แลดูบางเฉียบ ผมอยากได้เส้นผิวน้ำที่บางๆ ถ้าเป็นคอนกรีตคงทำให้บางเท่านี้ไม่ได้”

จุดเด่นอีกอย่างของบ้านหลังนี้คงจะเป็นเรื่องท่อ คนทั่วไปมักจะเลือกวิธีซ่อนท่อของงานระบบเอาไว้ แต่คุณประภากร มองว่าถ้าเราจัดระเบียบ วางเส้นทางของท่อต่างๆ ให้เรียบร้อยสวยงามให้สอดรับกับสถาปัตยกรรม ประหนึ่งแผงวงจรคอมพิวเตอร์ที่ถูกคิดมาแล้วเป็นอย่างดี

“ผมคิดว่างานเหล็กเป็นงานที่ออกแบบได้สนุก สามารถทำได้ทุกอย่างที่เราอยากจะทำ ทั้งดึง ทั้งแขวน ทั้งยื่นเป็น cantilever อีกทั้งไม่ค่อยเสียเศษวัสดุมาก เพราะนำกลับมาเชื่อมต่อกันใหม่ได้ หรือนำเศษเหล็กไปขายก็ได้ ผมเป็นรายแรกๆ ที่ใช้เหล็กอุตสาหกรรมจากโรงงานมาใช้ทำบ้าน คือพวกเหล็ก grating โดยใช้ทำเป็นชายคาด้านนอก รอบๆ บ้าน พอชายคาเป็นเหล็ก ก็สามารถเดินเช็ดทำความสะอาดกระจกบนนั้นได้ รับน้ำหนักคนได้ถึง 3-4 คนสบายๆ”

เหตุผลที่คุณประภากรเลือกใช้เหล็กมาออกแบบเป็นบ้านพักอาศัยของตัวเอง คงเป็นเรื่องของรสนิยม แม้จะมีราคาสูงเมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่น แต่ก็มีความงามของตัวมันเองอย่างที่หาวัสดุอื่นมาทดแทนไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกับการเลือกรถยนต์สักคัน แม้ว่าตอบสนองการขับขี่ได้เหมือนกัน แต่ราคาก็ไม่เท่ากัน เป็นเพราะการให้คุณค่ากับวามงามของวัสดุและการออกแบบ ยิ่งดีไซน์ที่ล้ำสมัยโดดเด่น ไม่ซ้ำใครก็บ่งบอกถึงรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี นั่นคือภาพสะท้อนตัวตนที่ชัดเจนกว่าคนอื่นๆ

คุณประภากรให้คำแนะนำสำหรับคนที่คิดจะสร้างบ้านด้วยโครงสร้างเหล็ก คือ “ต้องรู้จักการออกแบบโครงเหล็กให้มีสัดส่วนที่สวย ไม่หนาไม่บางเกินไป และต้องทำความเข้าใจกับผู้รับเหมาเสียก่อนว่า เราต้องการโชว์โครงเหล็กหรือเปล่า เพราะช่างบางคนเข้าใจว่า เมื่อเชื่อมเหล็กแล้วเดี๋ยวก็ถูกปิดด้วยวัสดุอื่น ทำให้การเชื่อมไม่เรียบร้อย ทั้งๆ ที่จุดนี้ควรจะพิถีพิถันมาก พอๆ กับการเลือกน๊อตสักตัว ซึ่งผมมองว่าต้องใส่ใจแม้กระทั่งหัวน๊อตหรือสีของมัน ที่จะเป็นตัวช่วยขับให้บ้านโดดเด่นขึ้น เมื่อถึงเวลาบำรุงรักษาก็หมั่นตรวจสอบ เป็นเรื่องปกติที่เจ้าของบ้านควรใส่ใจเป็นประจำ เช่น ทาสีหรือน้ำยากันสนิม แต่รับรองว่าถ้ามีการปฏิบัติถูกต้องตามหลักการที่ถูกต้อง เหล็กจะมีอายุการใช้งานยาวนานหลายชั่วอายุคนเลยทีเดียว”.


ความคิดเห็น | Trackback |
Post Tags:

แสดงความคิดเห็น